ตำรวจภูธรภาค 3

แถลงข่าวผลการจับกุมโกงเงินเทศบาล

                                * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สืบภาค3ตามรวบถึงภูเก็ตการเงินเทศบาลบุญฑริก อุบลราชธานีโกงเงินหลวง 31.7 ล้าน

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต..สมประสงค์  เย็นท้วม ผบช.ภ.3,พล.ต.ท.ภาณุ บุรณศิริ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. , พล.ต.ต.ชูสวัสดิ์  จันทร์โรจนกิจ ผบก.สส.ภ.3, พ.ต.อ.สุคนธ์  ศรีอรุณ รอง ผบก.สส.ภ.3 ได้สั่งการให้  พ.ต.อ.สิทธิชัย  ธัญญาบาล ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 พ.ต.ท.ไทรัฐ  สมฤทธิ์ , พ.ต.ท.แผน สวาสดิ์นา , พ.ต.ท.อภิศาล  แก้วดู รอง ผกก.สืบสวน 2ฯ และ พ.ต.ท.ทวินันท์  นามวิเศษ สว.ฯ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 ทำการสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาในคดโกงเงินเทศบาลตำบลบุณฑริก อ.บุณฑริก จว.อุบลราชธานี  คือ นางสาวมยุรา  สุ่มมาตย์ อายุ 36 ปี ที่อยู่ 62 หมู่ที่ 1 ต.บัวงาม อ.บุณฑริก จว.อุบลราชธานี  ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเดชอุดมที่ จ.55/2565  ลงวันที่ 24 มิ.ย.2565 ฝนความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำหรือจัดการทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต , เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต”  

พฤติการณ์ในการจับกุม

    ตามที่สื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว “สาวใหญ่โกงเงินเทศบาล 31ล้านแล้วหลบหนีไป” เหตุเกิดที่ เทศบาลตำบลบุณฑริก อ.บุณฑริก จว.อุบลราชธานี เมื่อวันที่ 2 พ.ค.2565 ถึงวันที่ 10 มิ.ย.2565 ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลบุณฑริกได้เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความร้องทุกข์ และศาลจังหวัดเดชอุดมออกหายจับผู้ต้องหาตามหมายจับศาล ที่ จ.55/2565 ลง 24 มิ.ย.2565 ว้แล้ว นั้น พล.ต.ท.สมประสงค์  เย็นท้วม ผบช.ภ.3 ได้ทราบและสั่งการให้ บก.สส.ภ.3 เร่งทำการสืบสวนจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้จงได้ ผบก.สส.ภ.3 จึงสั่งการให้ ผกก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.3 นำเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีไปหลบซ่อนตัวอยู่ที่ จว.ภูเก็ต จึงได้จัดชุดสืบสวนลงไปทำการสืบสวนจนสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ที่ จว.ภูเก็ต นำตัวส่ง สภ.บุณฑริก จว.อุบลราชธานี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สอบถาม น.ส.มุยุรา  สุ่มมาตย์ ให้การรับว่า ตนเองเป็นเจ้าหน้าที่การเงินและบัญชี เทศบาลตำบลบุณฑริก ได้อาศัยเหตุที่มีตำแหน่งหน้าที่สามารถเข้าถึงระบบการเบิกจ่ายเงินของเทศบาลจึงได้ทำการโอนเงินจากบัญชีธนาคารของเทศบาลไปยังบัญชีธนาคารของตนเอง จำนวนทั้งสิ้นประมาณ 31.7 ล้านบาท แล้วหลบหนีไป ซึ่งในขณะหลบหนีไปเจ้าหน้าที่เทศบาลยังไม่ทราบว่าเงินในบัญชีเทศบาลหายไป จนกระทั่งต่อมามีการตรวจสอบจึงทราบเหตุและได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยขณะหลบหนี ผู้ต้องหาได้ไปสมัครทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งในตัวเมืองภูเก็ต 

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้